<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<!-- generator="wordpress/2.0.2" -->
<rss version="2.0" 
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	>

<channel>
	<title>ThaiDonateDB.COM - ฐานข้อมูล มูลนิธิ</title>
	<link>http://www.thaidonatedb.com</link>
	<description>Just another Donor weblog</description>
	<pubDate>Thu, 13 Mar 2008 05:11:52 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.0.2</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ</title>
		<link>http://www.thaidonatedb.com/?p=177</link>
		<comments>http://www.thaidonatedb.com/?p=177#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 02 Mar 2008 11:38:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>TDDB</dc:creator>
		
	<category>Foundation</category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.thaidonatedb.com/?p=177</guid>
		<description><![CDATA[<!-- GООООООО -->มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ
ประวัติเรือนบรรเลง On Art และอาคารบ้านสาคริก มูลนิธิ หลวงประดิษฐไพเราะ ( ศร ศิลปบรรเลง ) สถานที่นี้ถ้าย้อนไปเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน เคยเป็นห้องอาหารโชติรส และพื้นที่ของครอบครัวสาคริก เมื่อเกิดมูลนิธิ ฯ ขึ้น ก็กลายเป็นที่เรียนที่สอน ที่ซ้อม และเตรียมงานกิจกรรม
แม้กระนั้น กว่าจะก้าวมาถึงปัจจุบัน พื้นที่ดังกล่าวได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์งานวัฒนธรรมมากมาย มากกว่าที่ใครจะนึกออก มหกรรมดนตรีไทยก็เกิดตรงนี้ ค่ายดนตรีไทยก็เกิดตรงนี้ ละครระนาดเอกจนถึงหนังโหมโรงก็เกิดตรงนี้ และแน่นอนว่านักดนตรีไทยรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยที่เคยมาคลุกคลีอยู่กับสถานที่ตรงนี้
เมื่อเวลาและโอกาสที่พร้อมมากขึ้นมาถึง การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นก็เกิดขึ้น โถงอาคารชั้นเดียวตรงด้านหน้าถนนและห้องเก็บเครื่องดนตรีแต่เดิมถูกรื้อทิ้งไป แล้วสร้างตึกใหม่ที่มีโครงการให้เป็นทั้งที่เรียนดนตรี พิพิธภัณฑ์ดนตรี ห้องสมุดดนตรี และงานกิจกรรมทางวัฒนธรรม
ส่วนชั้นเรียนดนตรีไทยช่วงเย็นหรือการซ้อมดนตรี ยังคงดำเนินต่อไปที่เรือนด้านหลัง อดีตเป็นเรือนไม้เก่าที่ศิษย์รุ่นเด็กของท่านครูเคยมาพำนักพักพิงกัน ถูกปรับปรุงสภาพเป็นที่เรียนชั่วคราว เสียงดนตรีไทยยังดังกังวานอยู่ตรงนั้น
22 กันยายน 2549 ตึกใหม่ชั้นล่างสุดเปิดตัวขึ้นในนาม On Art สถานที่พบปะของคนรักศิลปะแห่งใหม่ พร้อมกับการเปิดตัวนิทรรศการศิลปกรรม “รอยความคิด” (Imaginary Tracks) ของสุมาลี เอกชนนิยม ศิลปินหญิงที่ตั้งใจทำงานรับใช้ความต้องการในการสร้างงานศิลปะ เพื่อความสุขของตัวเธอและคนรอบข้าง
นับจากอดีตจนถึงวันนี้ สถานที่เล็ก ๆ แห่งนี้ ยังคงเป็นพื้นที่เพื่องานกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรม และยินดีต้อนรับทุกคนที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนกัน&#8230; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img style="margin-right: 7px" src="http://www.thaidonatedb.com/img/luangpradit.jpg" align="left" /><strong>มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ</strong></p>
<p>ประวัติเรือนบรรเลง On Art และอาคารบ้านสาคริก มูลนิธิ หลวงประดิษฐไพเราะ ( ศร ศิลปบรรเลง ) สถานที่นี้ถ้าย้อนไปเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน เคยเป็นห้องอาหารโชติรส และพื้นที่ของครอบครัวสาคริก เมื่อเกิดมูลนิธิ ฯ ขึ้น ก็กลายเป็นที่เรียนที่สอน ที่ซ้อม และเตรียมงานกิจกรรม<a id="more-177"></a></p>
<p>แม้กระนั้น กว่าจะก้าวมาถึงปัจจุบัน พื้นที่ดังกล่าวได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์งานวัฒนธรรมมากมาย มากกว่าที่ใครจะนึกออก มหกรรมดนตรีไทยก็เกิดตรงนี้ ค่ายดนตรีไทยก็เกิดตรงนี้ ละครระนาดเอกจนถึงหนังโหมโรงก็เกิดตรงนี้ และแน่นอนว่านักดนตรีไทยรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยที่เคยมาคลุกคลีอยู่กับสถานที่ตรงนี้</p>
<p>เมื่อเวลาและโอกาสที่พร้อมมากขึ้นมาถึง การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นก็เกิดขึ้น โถงอาคารชั้นเดียวตรงด้านหน้าถนนและห้องเก็บเครื่องดนตรีแต่เดิมถูกรื้อทิ้งไป แล้วสร้างตึกใหม่ที่มีโครงการให้เป็นทั้งที่เรียนดนตรี พิพิธภัณฑ์ดนตรี ห้องสมุดดนตรี และงานกิจกรรมทางวัฒนธรรม</p>
<p>ส่วนชั้นเรียนดนตรีไทยช่วงเย็นหรือการซ้อมดนตรี ยังคงดำเนินต่อไปที่เรือนด้านหลัง อดีตเป็นเรือนไม้เก่าที่ศิษย์รุ่นเด็กของท่านครูเคยมาพำนักพักพิงกัน ถูกปรับปรุงสภาพเป็นที่เรียนชั่วคราว เสียงดนตรีไทยยังดังกังวานอยู่ตรงนั้น</p>
<p>22 กันยายน 2549 ตึกใหม่ชั้นล่างสุดเปิดตัวขึ้นในนาม On Art สถานที่พบปะของคนรักศิลปะแห่งใหม่ พร้อมกับการเปิดตัวนิทรรศการศิลปกรรม “รอยความคิด” (Imaginary Tracks) ของสุมาลี เอกชนนิยม ศิลปินหญิงที่ตั้งใจทำงานรับใช้ความต้องการในการสร้างงานศิลปะ เพื่อความสุขของตัวเธอและคนรอบข้าง</p>
<p>นับจากอดีตจนถึงวันนี้ สถานที่เล็ก ๆ แห่งนี้ ยังคงเป็นพื้นที่เพื่องานกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรม และยินดีต้อนรับทุกคนที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนกัน&#8230; On Art และอาคารบ้านสาคริก มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง)</p>
<p><strong>กิจกรรมเรือนบรรเลง</strong></p>
<p>มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ เปิดสอนดนตรีไทยทุกเสาร์ อาทิตย์</p>
<p><strong>ติดต่อ</strong></p>
<p>มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ<br />
เลขที่ 47 ถนนเศรษฐศิริ สามเสนใน พญาไท กรุงเทพฯ 10400<br />
โทร. 02-279 1509<br />
โทรสาร. 02-279 0856<br />
เวปไซต์. <a href="http://www.luangpradit.org/">http://www.luangpradit.org/</a>
</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRSS>http://www.thaidonatedb.com/?feed=rss2&amp;p=177</wfw:commentRSS>
		</item>
		<item>
		<title>มูลนิธิ สถาบันแสงสว่าง</title>
		<link>http://www.thaidonatedb.com/?p=176</link>
		<comments>http://www.thaidonatedb.com/?p=176#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 18 Feb 2008 11:04:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>TDDB</dc:creator>
		
	<category>Foundation</category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.thaidonatedb.com/?p=176</guid>
		<description><![CDATA[
มูลนิธิ สถาบันแสงสว่าง
Sataban Saeng Sawang Foundation
มูลนิธิสถาบันแสงสว่าง ก่อตั้งเป็นโครงการจัดการเรียนการสอนสำหรับเด็กพิเศษในปี พ.ศ. 2522 และได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็น มูลนิธิสถาบันแสงสว่าง ในปี พ.ศ. 2528 โดยศาสตราจารย์นายแพทย์เสม พริ้งพวงแก้ว ประธานคณะกรรมการมูลนิธิสถาบันแสงสว่าง ได้มอบปรัชญาการดำเนินงานของมูลนิธิไว้ว่า
&#8220;ผู้ด้อยโอกาสก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้พร้อมโอกาส&#8220;
ความเป็นมาของมูลนิธิสถาบันแสงสว่าง
สถาบันแสงสว่างเริ่มดำเนินการ ตั้งแต่ พ.ศ. 2522 เนื่องด้วย (โฮลท์) สหทัยมูลนิธิ ซึ่งดำเนินกิจการเกี่ยวกับการสงเคราะห์ครอบครัวเด็ก และการส่งเสริมพัฒนาการของทารกแรกเกิดตามโรงพยาบาลนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเด็กที่มีปัญหาพิเศษ เด็กเหล่านี้ไม่สามารถรับการส่งเสริมพัฒนาการด้วยวิธีปกติได้ ขณะเดียวกัน ก็มีผู้ปกครองจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีลูกเป็นเด็กพิเศษประสบปัญหาในการเลี้ยงดูลูก และการหาสถานศึกษาสำหรับลูก ดังนั้น (โฮลท์) สหทัยมูลนิธิ และผู้ปกครองจึงร่วมมือกันจัดกลุ่มสอนเด็กพิเศษขึ้นในลักษณะกลุ่มเล่น เริ่มแรกด้วยนักเรียน 5 คน โดยใช้สถานที่บ้าน คุณแคทเธอรีน แบลงชาร์ด ต่อมาได้ขยายเป็นโครงการทดลองสอนเด็กพิเศษ ภายใต้การดูแลของสหทัยมูลนิธิ และได้ย้ายมาดำเนินการ ณ โบสถ์พระคริสต์ เลขที่ 11 ถนนคอนแวนต์ กรุงเทพฯ ซึ่งนับได้ว่าเป็นโครงการสำหรับเด็กพิการทุกประเภทเป็นแห่งแรกในประเทศไทย สถาบันแสงสว่างต้องโยกย้ายหลายครั้ง ในระหว่างปี พ.ศ. 2525 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="text-align: center"><img src="http://www.thaidonatedb.com/img/saengsawang.jpg" /><br />
<strong>มูลนิธิ สถาบันแสงสว่าง<br />
Sataban Saeng Sawang Foundation</strong></div>
<p>มูลนิธิสถาบันแสงสว่าง ก่อตั้งเป็นโครงการจัดการเรียนการสอนสำหรับเด็กพิเศษในปี พ.ศ. 2522 และได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็น มูลนิธิสถาบันแสงสว่าง ในปี พ.ศ. 2528 โดยศาสตราจารย์นายแพทย์เสม พริ้งพวงแก้ว ประธานคณะกรรมการมูลนิธิสถาบันแสงสว่าง ได้มอบปรัชญาการดำเนินงานของมูลนิธิไว้ว่า<a id="more-176"></a></p>
<p align="center">&#8220;<strong>ผู้ด้อยโอกาสก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้พร้อมโอกาส</strong>&#8220;</p>
<p><strong>ความเป็นมาของมูลนิธิสถาบันแสงสว่าง</strong></p>
<p>สถาบันแสงสว่างเริ่มดำเนินการ ตั้งแต่ พ.ศ. 2522 เนื่องด้วย (โฮลท์) สหทัยมูลนิธิ ซึ่งดำเนินกิจการเกี่ยวกับการสงเคราะห์ครอบครัวเด็ก และการส่งเสริมพัฒนาการของทารกแรกเกิดตามโรงพยาบาลนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเด็กที่มีปัญหาพิเศษ เด็กเหล่านี้ไม่สามารถรับการส่งเสริมพัฒนาการด้วยวิธีปกติได้ ขณะเดียวกัน ก็มีผู้ปกครองจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีลูกเป็นเด็กพิเศษประสบปัญหาในการเลี้ยงดูลูก และการหาสถานศึกษาสำหรับลูก ดังนั้น (โฮลท์) สหทัยมูลนิธิ และผู้ปกครองจึงร่วมมือกันจัดกลุ่มสอนเด็กพิเศษขึ้นในลักษณะกลุ่มเล่น เริ่มแรกด้วยนักเรียน 5 คน โดยใช้สถานที่บ้าน คุณแคทเธอรีน แบลงชาร์ด ต่อมาได้ขยายเป็นโครงการทดลองสอนเด็กพิเศษ ภายใต้การดูแลของสหทัยมูลนิธิ และได้ย้ายมาดำเนินการ ณ โบสถ์พระคริสต์ เลขที่ 11 ถนนคอนแวนต์ กรุงเทพฯ ซึ่งนับได้ว่าเป็นโครงการสำหรับเด็กพิการทุกประเภทเป็นแห่งแรกในประเทศไทย สถาบันแสงสว่างต้องโยกย้ายหลายครั้ง ในระหว่างปี พ.ศ. 2525 – 2528 เนื่องจากสถานที่เช่าเดิมคับแคบหรือหมดสัญญาเช่า จวบจนกระทั่งในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2528 จึงได้รับอนุมัติจากระทรวงมหาดไทย ตามนัยหนังสือที่ 0402/9975 ให้เปิดดำเนินการเป็นมูลนิธิมีฐานะเป็นนิติบุคคล โดยใช้ชื่อว่า “ มูลนิธิสถาบันแสงสว่าง ” ต่อมาอาจารย์ดาราวรรณ ธรรมารักษ์ ซึ่งเป็นรองประธานกรรมการมูลนิธิฯ ได้กรุณาให้ยืมใช้ที่ดินเป็นเวลา 30 ปี เพื่อสร้างอาคารใช้เป็นที่ทำการของมูลนิธิสถาบันแสงสว่าง ตั้งแต่ปี 2535 จนถึงปัจจุบัน</p>
<p><strong>แนวคิดในการดำเนินงาน</strong></p>
<ol>
<li>เด็กพิเศษทุกคนมีสิทธิได้รับการศึกษา เพื่อส่งเสริมให้มีพัฒนาการสูงสุดเต็มศักยภาพ รู้จักพึ่งตนเองเป็นอิสระ และมีความรู้สึกว่าตนเองเป็นบุคคลที่มีคุณค่าผู้หนึ่งในสังคม</li>
<li>เด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน วิธีฝึกอบรมจัดเป็นโปรแกรมการศึกษาเฉพาะบุคคล ( Individual Education Program – IEP ) ซึ่งครูผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรจากหลายหน่วยงานหลายสาขาทำงานร่วมกัน เพื่อแสวงหาวิธีที่เหมาะสมที่สุดเพื่อการพัฒนาเด็ก</li>
<li>ส่งเสริมผู้ปกครองและครอบครัวให้มีบทบาท หน้าที่ มีความรับผิดชอบในการอบรมเลี้ยงดูอย่างเหมาะสม เพื่อผู้ปกครองจะได้เอาใจใส่ชื่นชมต่อลูกที่เป็นเด็กพิเศษเช่นเดียวกับลูกที่เป็นปกติ</li>
<li>ครูผู้เชี่ยวชาญและบุคลากร ควรมาจากหน่วยงานหลายสาขา ทำงานร่วมกันในการวางแผนการศึกษาที่เหมาะสมในการพัฒนาเด็ก</li>
</ol>
<p><strong>ขอบข่ายการดำเนินงาน</strong></p>
<ol>
<li>ให้บริการทดสอบเด็กก่อนเข้าเรียนเป็นรายบุคคล เพื่อพิจารณาจัดโปรแกรมการศึกษาตามความเหมาะสม</li>
<li>จัดโปรแกรมการศึกษาเฉพาะบุคคล สำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกาย สติปัญญาและจิตใจอย่างเช่น กลุ่มเด็กดาวน์ ( Down’s Syndrome ) และความผิดปกติทางพันธุกรรมอื่นๆ พัฒนาการล่าช้า ( Delay Development ) ความบกพร่องทางการเคลื่อนไหว ( C.P. – Celebral Palsy ) ออทิสติก ( Autistic ) สมาธิสั้น ( ADD / ADHD – Attention deficit / Hyperactivity Disorder ) บกพร่องทางการเรียนรู้เฉพาะด้าน ( LD – Learing Disabilities ) ตลอดจนความพิการซ้อน ( Multiple Handicapped )</li>
<li>จัดบริการบำบัดพิเศษ เช่น ฝึกพูด กายภาพบำบัด ดนตรี บำบัดกิจกรรมการเคลื่อนไหว และการสอนเสริมวิชาการเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าชั้นเรียนปกติ</li>
<li>จัดบริการสำหรับผู้ปกครองในการให้คำปรึกษาแนะแนว และการให้ความรู้เกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กพิเศษ</li>
<li>จัดฝึกอบรมครูและบุคลากรเกี่ยวกับการศึกษาพิเศษ สนับสนุนให้ค้นคว้าวิจัยการสอน อุปกรณ์การสอนและบริการต่างๆ</li>
<li>ทำงานประสานกับแพทย์และบุคลากรในหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเด็กพิเศษ</li>
<li>เป็นสถานศึกษาดูงานและฝึกงานของนิสิตนักศึกษาและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง</li>
</ol>
<p><strong>สนับสนุนมูลนิธิ</strong> : <a href="http://www.saengsawang.com/index.php?lay=show&#038;ac=article&#038;Id=345535">http://www.saengsawang.com/index.php?lay=show&#038;ac=article&#038;Id=345535</a></p>
<p><strong>ติดต่อ</strong></p>
<p>มูลนิธิ สถาบันแสงสว่าง<br />
850/34 สุขุมวิท 71 (ปรีดีพนมยงค์ 36) แขวงคลองตันเหนือ<br />
เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110<br />
โทร. 02-381-5362,3  <br />
แฟกซ์. 02-711-2399<br />
เวปไชต์. <a href="http://www.saengsawang.com/">http://www.saengsawang.com/</a>
</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRSS>http://www.thaidonatedb.com/?feed=rss2&amp;p=176</wfw:commentRSS>
		</item>
		<item>
		<title>มูลนิธิ อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร</title>
		<link>http://www.thaidonatedb.com/?p=175</link>
		<comments>http://www.thaidonatedb.com/?p=175#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 28 Jan 2008 11:48:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>TDDB</dc:creator>
		
	<category>Foundation</category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.thaidonatedb.com/?p=175</guid>
		<description><![CDATA[
มูลนิธิอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร
The Sirindhorn International Environmental Park
กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริและมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาสิริโสภาพัณณวดี ได้ร่วมกันจัดตั้งอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติ ณ ค่ายพระรามหก อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสที่เจริญพระชนมายุครบ 4 รอบ ในปีพุทธศักราช 2546 และได้รับพระราชทานนามว่า “อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร” (The Sirindhorn International Environmental Park) โดยมีแนวทางในการดำเนินการตามแนวพระราชดำริและพระราชกรณียกิจที่ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงงานในบริเวณค่ายพระรามหก อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เป็นแนวทางในการดำเนินงานให้อุทยานเป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต ตลอดจนเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระปรีชาสามารถในด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรม ให้เป็นที่ประจักษ์ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และเป็นสถานที่ศึกษาหาความรู้ทางด้านการฟื้นฟูป่าชายเลน ป่าชายหาด ป่าเบญจพรรณ และที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด ตลอดจนเป็นสถานที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและเชิงประวัติศาสตร์ อันทรงคุณค่าของประเทศไทยและของโลก
อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร บริหารจัดการโดย มูลนิธิอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
วัตถุประสงค์

เพื่อดำเนินการตามพระราชดำริ และเผยแพร่พระเกียรติของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อบริหารศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อมในอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร
เพื่อส่งเสริมการศึกษา วิจัย พัฒนาและฝึกอบรม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><img src="http://www.thaidonatedb.com/img/sirindhornpark.jpg" /><br />
<strong>มูลนิธิอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร<br />
The Sirindhorn International Environmental Park</strong></p>
<p>กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริและมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาสิริโสภาพัณณวดี <a id="more-175"></a>ได้ร่วมกันจัดตั้งอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติ ณ ค่ายพระรามหก อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสที่เจริญพระชนมายุครบ 4 รอบ ในปีพุทธศักราช 2546 และได้รับพระราชทานนามว่า “อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร” (The Sirindhorn International Environmental Park) โดยมีแนวทางในการดำเนินการตามแนวพระราชดำริและพระราชกรณียกิจที่ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงงานในบริเวณค่ายพระรามหก อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เป็นแนวทางในการดำเนินงานให้อุทยานเป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต ตลอดจนเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระปรีชาสามารถในด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรม ให้เป็นที่ประจักษ์ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และเป็นสถานที่ศึกษาหาความรู้ทางด้านการฟื้นฟูป่าชายเลน ป่าชายหาด ป่าเบญจพรรณ และที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด ตลอดจนเป็นสถานที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและเชิงประวัติศาสตร์ อันทรงคุณค่าของประเทศไทยและของโลก</p>
<p>อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร บริหารจัดการโดย มูลนิธิอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี</p>
<p><strong>วัตถุประสงค์</strong></p>
<ol>
<li>เพื่อดำเนินการตามพระราชดำริ และเผยแพร่พระเกียรติของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี</li>
<li>เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ</li>
<li>เพื่อบริหารศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อมในอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร</li>
<li>เพื่อส่งเสริมการศึกษา วิจัย พัฒนาและฝึกอบรม เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและการพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม</li>
<li>เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการประกอบอาชีพเกษตรกรรม หัตถกรรม และอุตสาหกรรม ที่เหมาะสมเอื้อต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</li>
<li>เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริม ภูมิปัญญาไทย ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น</li>
<li>ดำเนินการใดๆ อันเป็นประโยชน์ต่อประชาชน สาธารณะและประเทศชาติเป็นส่วนรวม</li>
<li>ร่วมมือกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรเอกชน และเอกชนในประเทศ ตลอดจนร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ รัฐบาล องค์กรเอกชนและเอกชนต่างประเทศ เพื่อทำการต่างๆ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ข้างต้น</li>
<li>ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมือง</li>
</ol>
<p>อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร เป็นศูนย์เรียนรู้ระดับสากล ด้านพลังงาน ทรัพยากร ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มีกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายครบวงจร สร้างสรรค์นวัตกรรม เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ทั้งในประเทศและต่างประเทศกับภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>สนับสนุนมูลนิธิ</strong> : <a href="http://www.sirindhornpark.or.th/web/?q=node/45">http://www.sirindhornpark.or.th/web/?q=node/45</a></p>
<p><strong>ติดต่อ</strong></p>
<p>มูลนิธิอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี <br />
1281 ค่ายพระรามหก ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี 76120 <br />
โทรศัพท์ : 032-508-352, 032-508-379, 032-508-405-410<br />
โทรสาร : 032-508-397<br />
E-mail : <a href="mailto:info@sirindhornpark.or.th">info@sirindhornpark.or.th</a><br />
Website : <a href="http://www.sirindhornpark.or.th/">http://www.sirindhornpark.or.th/</a>
</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRSS>http://www.thaidonatedb.com/?feed=rss2&amp;p=175</wfw:commentRSS>
		</item>
		<item>
		<title>มูลนิธิ ธนาคารบุญเจ้าคุณอลงกต</title>
		<link>http://www.thaidonatedb.com/?p=174</link>
		<comments>http://www.thaidonatedb.com/?p=174#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 Dec 2007 15:31:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>TDDB</dc:creator>
		
	<category>Foundation</category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.thaidonatedb.com/?p=174</guid>
		<description><![CDATA[มูลนิธิ ธนาคารบุญเจ้าคุณอลงกต
Thanakarnboon Chowkoon Alongkot Foundation
พระอาจารย์อลงกต ติกขปัญโญ เจ้าอาวาส วัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี เปิดเผยว่า วัดได้จัดตั้งมูลนิธิธนาคารบุญเจ้าคุณอลงกตขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางในการดำเนินกิจกรรมและระดมเงินทุนช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และสัตว์ 
โรคเอดส์ได้เข้ามาเผยแพร่ระบาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 20 ปี ได้ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างไม่อาจประเมินได้ และที่สำคัญ คือปัญหาทางสังคมที่เกิดการรังเกียจ ทอดทิ้ง ไม่ยอมรับผู้ติดเชื้อหรือผู้ป่วยให้อยู่ร่วมกันในสังคม และยังไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ เนื่องจากผู้ที่ติดเชื้อมีจำนวนมากกว่า 1 ล้านคน และ ส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตนเองได้รับเชื้อ จึงทำให้เกิดการแพร่ระบาดไปสู่บุคคลอื่นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมีการประชาสัมพันธ์เรื่องโรคเอดส์ไม่เพียงพอ ประชากรไทยจึงขาดความตระหนักในการป้องกันตน โดยเฉพาะเยาวชนนักเรียน นักศึกษา ได้มีการติดเชื้อโรคเอดส์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงถึง 35%ของผู้ติดเชื้อโรคเอดส์รายใหม่ ซึ่งนับได้ว่าเป็นปัญหาวิกฤติในปัจจุบัน
เครือข่ายต่างๆ ของวัดพระบาทน้ำพุ เป็นโครงการที่ร่วมรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคเอดส์ อีกทั้งยังช่วยสงเคราะห์ผู้ที่ติดเชื้อเอดส์ ให้มีชีวิตที่ดีขึ้น
สนับสนุนมูลนิธิ : http://www.phrabatnampu.com/donate.htm
ติดต่อ
มูลนิธิ ธนาคารบุญเจ้าคุณอลงกต
วัดพระบาทน้ำพุ
ตำบลเขาสามยอด  อำเภอเมือง
จังหวัดลพบุรี  15000
โทรศัพท์ : 0 - 3642 - 8222
โทรสาร : 0 - 3641 - 3805
มือถือ : 08 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img style="margin-right: 7px" src="http://www.thaidonatedb.com/img\phrabatnampu.jpg" align="left" /><strong>มูลนิธิ ธนาคารบุญเจ้าคุณอลงกต<br />
Thanakarnboon Chowkoon Alongkot Foundation</strong></p>
<p>พระอาจารย์อลงกต ติกขปัญโญ เจ้าอาวาส วัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี เปิดเผยว่า วัดได้จัดตั้งมูลนิธิธนาคารบุญเจ้าคุณอลงกตขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางในการดำเนินกิจกรรมและระดมเงินทุนช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และสัตว์ <a id="more-174"></a></p>
<p>โรคเอดส์ได้เข้ามาเผยแพร่ระบาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 20 ปี ได้ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างไม่อาจประเมินได้ และที่สำคัญ คือปัญหาทางสังคมที่เกิดการรังเกียจ ทอดทิ้ง ไม่ยอมรับผู้ติดเชื้อหรือผู้ป่วยให้อยู่ร่วมกันในสังคม และยังไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ เนื่องจากผู้ที่ติดเชื้อมีจำนวนมากกว่า 1 ล้านคน และ ส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตนเองได้รับเชื้อ จึงทำให้เกิดการแพร่ระบาดไปสู่บุคคลอื่นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมีการประชาสัมพันธ์เรื่องโรคเอดส์ไม่เพียงพอ ประชากรไทยจึงขาดความตระหนักในการป้องกันตน โดยเฉพาะเยาวชนนักเรียน นักศึกษา ได้มีการติดเชื้อโรคเอดส์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงถึง 35%ของผู้ติดเชื้อโรคเอดส์รายใหม่ ซึ่งนับได้ว่าเป็นปัญหาวิกฤติในปัจจุบัน</p>
<p>เครือข่ายต่างๆ ของวัดพระบาทน้ำพุ เป็นโครงการที่ร่วมรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคเอดส์ อีกทั้งยังช่วยสงเคราะห์ผู้ที่ติดเชื้อเอดส์ ให้มีชีวิตที่ดีขึ้น</p>
<p><strong>สนับสนุนมูลนิธิ</strong> : <a href="http://www.phrabatnampu.com/donate.htm">http://www.phrabatnampu.com/donate.htm</a></p>
<p><strong>ติดต่อ</strong></p>
<p>มูลนิธิ ธนาคารบุญเจ้าคุณอลงกต<br />
วัดพระบาทน้ำพุ<br />
ตำบลเขาสามยอด  อำเภอเมือง<br />
จังหวัดลพบุรี  15000<br />
โทรศัพท์ : 0 - 3642 - 8222<br />
โทรสาร : 0 - 3641 - 3805<br />
มือถือ : 08 - 9742 - 0729<br />
อีเมลล์ : <a href="mailto:aidstemple@hotmail.com">aidstemple@hotmail.com</a> , <a href="mailto:budaids@hotmail.com">budaids@hotmail.com</a> ,<br />
<a href="mailto:phrabatnampu@hotmail.com">phrabatnampu@hotmail.com</a><br />
เวปไซต์ : <a href="http://www.phrabatnampu.com/">http://www.phrabatnampu.com/</a></p>
<p align="center"><img src="http://www.thaidonatedb.com/img/map-phrabatnampu.gif" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRSS>http://www.thaidonatedb.com/?feed=rss2&amp;p=174</wfw:commentRSS>
		</item>
		<item>
		<title>มูลนิธิ โฮพ เวิลด์วายด์ (ประเทศไทย)</title>
		<link>http://www.thaidonatedb.com/?p=173</link>
		<comments>http://www.thaidonatedb.com/?p=173#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Jul 2007 23:26:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>TDDB</dc:creator>
		
	<category>Foundation</category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.thaidonatedb.com/?p=173</guid>
		<description><![CDATA[มูลนิธิ โฮพ เวิลด์วายด์ (ประเทศไทย)
HOPE worldwide (THAILAND)
โฮพเวิลด์วายด์ เป็นองค์กรอิสระที่ไม่มุ่งหวังผลประโยชน์  ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกที่ประเทศสหรัฐในปี ค.ศ. 1991 สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ Madeline Miller, 725 Market St., Wilmington, DE 19801 มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชนทุกหนแห่ง ตามชื่อขององค์กรคือ Helping Other People Everywhere (HOPE) ในด้านสาธารณกุศล ช่วยเหลือในความต้องการของสังคม  และส่งเสริมคุณภาพชีวิตทั้งในด้านสุขภาพอนามัยตลอดจนการศึกษา โดยไม่มีส่วนหรือดำเนินงานเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด
ปัจจุบันโฮพเวิลด์วายด์ มีหน่วยงานกระจายอยู่ทั่วโลกคือ 154 เมือง ใน 58 ประเทศ และในปีค.ศ.1997 โฮพเวิลด์วายด์ ได้รับการแต่งตั้งจากองค์การสหประชาชาติให้เป็น ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของสหประชาชาติ (Special Consultative Status to the United Nations) โดยมีสำนักงานขององค์กรตั้งอยู่ในสำนักงานใหญ่ของสหประชาชาติที่เมืองนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา, ที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย
โฮพเวิลด์วายด์ เริ่มจัดตั้งขึ้นในประเทศไทย ในปี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img style="margin-right: 7px" src="http://www.thaidonatedb.com/img/hopewwthailand.gif" align="left" /><strong>มูลนิธิ โฮพ เวิลด์วายด์ (ประเทศไทย)<br />
HOPE worldwide (THAILAND)</strong></p>
<p>โฮพเวิลด์วายด์ เป็นองค์กรอิสระที่ไม่มุ่งหวังผลประโยชน์  ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกที่ประเทศสหรัฐในปี ค.ศ. 1991 สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ Madeline Miller, 725 Market St., Wilmington, DE 19801 มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชนทุกหนแห่ง ตามชื่อขององค์กรคือ Helping Other People Everywhere (HOPE) ในด้านสาธารณกุศล ช่วยเหลือในความต้องการของสังคม  และส่งเสริมคุณภาพชีวิตทั้งในด้านสุขภาพอนามัยตลอดจนการศึกษา โดยไม่มีส่วนหรือดำเนินงานเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด<a id="more-173"></a></p>
<p>ปัจจุบันโฮพเวิลด์วายด์ มีหน่วยงานกระจายอยู่ทั่วโลกคือ 154 เมือง ใน 58 ประเทศ และในปีค.ศ.1997 โฮพเวิลด์วายด์ ได้รับการแต่งตั้งจากองค์การสหประชาชาติให้เป็น ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของสหประชาชาติ (Special Consultative Status to the United Nations) โดยมีสำนักงานขององค์กรตั้งอยู่ในสำนักงานใหญ่ของสหประชาชาติที่เมืองนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา, ที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย</p>
<p>โฮพเวิลด์วายด์ เริ่มจัดตั้งขึ้นในประเทศไทย ในปี พ.ศ.2535 และได้ดำเนินงานร่วมกับกรมประชาสงเคราะห์ เพื่อทำโครงการต่างๆ เกี่ยวกับด้านเด็กกำพร้า โดยเริ่มจัดโครงการ “พี่รักน้อง” (Big Brothers – Big Sisters) เป็นโครงการแรก ซึ่งเป็นโครงการที่มีอาสาสมัครจากโฮพเวิลด์วายด์ ทั้งชายหญิงเข้าไปดูแลเป็นพี่เลี้ยงให้กับเด็กกำพร้า จากสถานสงเคราะห์เยาวชนมูลนิธิมหาราช จังหวัดปทุมธานี และจากสถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การสนับสนุนและช่วยเหลือเด็กในด้านอารมณ์ ความรู้สึก ให้ความเป็นเพื่อนและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็กๆ เหล่านั้น เพื่อเด็กจะได้เรียนรู้และเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมต่อไป</p>
<p>โฮพ เวิลด์วายด์ (ประเทศไทย) ได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นมูลนิธิเพื่อดำเนินงานทางด้านสาธารณกุศลและสังคมสงเคราะห์ขึ้นในประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2541 โดยใช้ชื่อว่า “มูลนิธิแรงใจให้สังคม” เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนงาน โครงการต่างๆ ของกรมประชาสงเคราะห์ในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ มุ่งเน้นในการให้ความรู้ด้านวิชาชีพ แก่เยาวสตรี เด็กพิการ และผู้ด่อยโอกาส เพื่อจะได้สามารถดูแลตัวเองได้ ไม่เป็นภาระหรือปัญหาของสังคม สามารถอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างทัดเทียมกับคนทั่วไป  จึงจัดทำโครงการ ศูนย์สอนคอมพิวเตอร์ขั้นมูลฐาน ร่วมกับ “สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านเกร็ดตระการ“ จังหวัดนนทบุรี และในปี พ.ศ. 2545 ทางมูลนิธิฯ ยังได้จัดตั้งศูนย์สอนคอมพิวเตอร์แห่งใหม่ขึ้นเพื่อช่วยเหลือและฝึกอาชีพเด็กพิการใน “ สถานสงเคราะห์เด็กพิการและทุพพลภาพปากเกร็ด ( บ้านนนทภูมิ )” จังหวัดนนทบุรี นอกจากนี้ยังได้ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สึนามิ</p>
<p>มูลนิธิแรงใจให้สังคม ได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อเป็น มูลนิธิ โฮพ เวิลด์วายด์ (ประเทศไทย) เป็นชื่อที่ทั่วโลกรู้จัก ที่เป็นองค์กรที่ช่วยเหลือสังคม เพื่อให้สะดวกมากขึ้นในการช่วยเหลือระหว่างประเทศ ซึ่งยังคงเป้าหมายและวัตถุประสงค์เดิม โดยดำเนินงานทางด้านสาธารณกุศลและสังคมสงเคราะห์ จัดทำโครงการต่างๆ ร่วมกับกรมประชาสงเคราะห์</p>
<p><strong>โครงการ ต่างๆ ของมูลนิธิ โฮพ เวิลด์วายด์ (ประเทศไทย)</strong></p>
<ul>
<li>โครงการศูนย์อบรมวิชาชีพคอมพิวเตอร์บ้านเกร็ดตระการ</li>
<li>โครงการศูนย์คอมพิวเตอร์บ้านนนทภูมิ</li>
<li>โครงการบ้านแรงใจ</li>
<li>โครงการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยจากคลื่นยักษ์สินามิ</li>
<li>โครงการป้องกันการล่อลวงและรู้เท่าทันภัยเทคโนโลยี่</li>
</ul>
<p><strong>สนับสนุนมูลนิธิ</strong> : <a href="http://www.hopewwthailand.org/index.php?option=com_contact&#038;Itemid=3">http://www.hopewwthailand.org/index.php?option=com_contact&#038;Itemid=3</a></p>
<p><strong>ติดต่อ</strong></p>
<p>มูลนิธิ โฮพ เวิลด์วายด์ (ประเทศไทย)<br />
อาคาร 3 ชั้น เลขที่ 31/16-19 ถนนพญาไท <br />
แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี <br />
กรุงเทพฯ 10400 <br />
Tel. 02-246-8682, 08-4663-2472<br />
Fax. 02-246-8682 <br />
Website. <a href="http://www.hopewwthailand.org/">http://www.hopewwthailand.org/</a></p>
<p align="center"><img src="http://www.hopewwthailand.org/images/stories/map02.jpg" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRSS>http://www.thaidonatedb.com/?feed=rss2&amp;p=173</wfw:commentRSS>
		</item>
		<item>
		<title>มูลนิธิ กลุ่มปรารถนาดี</title>
		<link>http://www.thaidonatedb.com/?p=172</link>
		<comments>http://www.thaidonatedb.com/?p=172#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Jul 2007 23:09:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>TDDB</dc:creator>
		
	<category>Foundation</category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.thaidonatedb.com/?p=172</guid>
		<description><![CDATA[
มูลนิธิ กลุ่มปรารถนาดี
Goodwill Group Foundation 
มูลนิธิ กลุ่มปรารถนาดี เป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2543 มีวัตถุประสงค์เพื่อ ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาแก่สตรีผู้ด้อยโอกาส  โดยให้ความรู้ด้านภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์และการเพิ่มทักษะทางวิชาชีพ ทั้งนี้ทางมูลนิธิฯ ได้ให้การแนะนำและคำปรึกษาในการประกอบอาชีพ รวมทั้งการจัดหางานให้ตามความเหมาะสม  
นอกจากการให้ความช่วยเหลือดังกล่าวแล้ว มูลนิธิฯ ยังให้ความสนใจในการสร้างโอกาสให้นักเรียนได้มีอาชีพเสริม เพื่อเป็นการเพิ่มพูนรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัว โดยการเปิดโครงการเพิ่มทักษะทางด้านวิชาชีพ  เช่น การเพ้นท์เล็บ การแกะสลักผักและผลไม้ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น เทคนิคการแต่งหน้าเพื่อการพัฒนาบุคลิคภาพ เป็นต้น
มูลนิธิฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการต่างๆ ของเราจะช่วยให้นักเรียนมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง  และสามารถนำความรู้ความสามารถเหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดำรงชีวิตได้
มูลนิธิฯ มีโครงการหลักๆ ที่ให้การช่วยเหลือได้แก่ สอนภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์ ฝึกอบรมและแนวแนวทางวิชาชีพ มูลนิธิฯ เปิดทำการทุกวันโดยนักเรียนสามารถมาเรียนได้ในวันหยุด หรือเวลาที่สะดวกต่อการมาเรียน ทั้งนี้นักเรียนสามารถเข้ามาฝึกใช้คอมพิวเตอร์หรือเรียนภาษาอังกฤษได้จากเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง โดยมีเจ้าหน้าที่ให้การดูแลและอำนวยความสะดวกในกรณีที่เกิดปัญหา พวกเราเรามีนักเรียนกว่า 400 คนที่กำลังศึกษากับโครงการต่างๆ ของทางมูลนิธิฯ และมีมากว่า 3000 คนที่ให้ความสนใจในการมาเรียนกับเรา เรามีอาสาสมัครที่มีความรู้ ความสามารถ ในการสอนภาษาอังกฤษ และพัฒนาทักษะด้านต่างๆ แก่นักเรียนของเรา
มูลนิธิฯ มีหลักสูตรการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์สำหรับนักเรียนตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนถึงการใช้งานระดับสูง โดยหลักสูตรครอบคลุมการใช้งานของโปรแกรม Microsoft Office การใช้อินเตอร์เน็ต [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><img src="http://www.thaidonatedb.com/img/goodwillbangkok.gif" /><br />
<strong>มูลนิธิ กลุ่มปรารถนาดี<br />
Goodwill Group Foundation</strong> </p>
<p>มูลนิธิ กลุ่มปรารถนาดี เป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2543 มีวัตถุประสงค์เพื่อ ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาแก่สตรีผู้ด้อยโอกาส  โดยให้ความรู้ด้านภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์และการเพิ่มทักษะทางวิชาชีพ ทั้งนี้ทางมูลนิธิฯ ได้ให้การแนะนำและคำปรึกษาในการประกอบอาชีพ รวมทั้งการจัดหางานให้ตามความเหมาะสม  <a id="more-172"></a></p>
<p>นอกจากการให้ความช่วยเหลือดังกล่าวแล้ว มูลนิธิฯ ยังให้ความสนใจในการสร้างโอกาสให้นักเรียนได้มีอาชีพเสริม เพื่อเป็นการเพิ่มพูนรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัว โดยการเปิดโครงการเพิ่มทักษะทางด้านวิชาชีพ  เช่น การเพ้นท์เล็บ การแกะสลักผักและผลไม้ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น เทคนิคการแต่งหน้าเพื่อการพัฒนาบุคลิคภาพ เป็นต้น</p>
<p>มูลนิธิฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการต่างๆ ของเราจะช่วยให้นักเรียนมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง  และสามารถนำความรู้ความสามารถเหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดำรงชีวิตได้</p>
<p>มูลนิธิฯ มีโครงการหลักๆ ที่ให้การช่วยเหลือได้แก่ สอนภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์ ฝึกอบรมและแนวแนวทางวิชาชีพ มูลนิธิฯ เปิดทำการทุกวันโดยนักเรียนสามารถมาเรียนได้ในวันหยุด หรือเวลาที่สะดวกต่อการมาเรียน ทั้งนี้นักเรียนสามารถเข้ามาฝึกใช้คอมพิวเตอร์หรือเรียนภาษาอังกฤษได้จากเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง โดยมีเจ้าหน้าที่ให้การดูแลและอำนวยความสะดวกในกรณีที่เกิดปัญหา พวกเราเรามีนักเรียนกว่า 400 คนที่กำลังศึกษากับโครงการต่างๆ ของทางมูลนิธิฯ และมีมากว่า 3000 คนที่ให้ความสนใจในการมาเรียนกับเรา เรามีอาสาสมัครที่มีความรู้ ความสามารถ ในการสอนภาษาอังกฤษ และพัฒนาทักษะด้านต่างๆ แก่นักเรียนของเรา</p>
<p>มูลนิธิฯ มีหลักสูตรการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์สำหรับนักเรียนตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนถึงการใช้งานระดับสูง โดยหลักสูตรครอบคลุมการใช้งานของโปรแกรม Microsoft Office การใช้อินเตอร์เน็ต และการใช้อีเมล์ เป็นต้น</p>
<p>ทั้งนี้บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้บริจาคซอฟท์แวร์ ไมโครซอฟท์ และโปรแกรมส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเองเพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ การใช้ข้อมูลและโปรแกรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Microsoft Word, Microsoft Excel เป็นต้น</p>
<p>มูลนิธิฯ ได้ทำการฝึกอบรมวิชาชีพด้านต่างๆ เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างทักษะในการประกอบอาชีพ เช่น โครงการแกะสลักผักและผลไม้เบื้องต้น โครงการเพ้นท์เล็บสร้างอาชีพเสริม โครงการปฐมพยาบาลเบื้องต้น โครงการแต่งหน้าขั้นพื้นฐานเพื่อใช้ในการสมัครงาน เป็นต้น โดยโครงการฝึกวิชาชีพเหล่านี้ มูลนิธิฯ ได้รับการสนับสนุนวิทยากรที่ใช้ในการฝึกอบรมจากหน่วยงานราชการ มหาวิทยาลัย และหน่วยงานเอกชนต่างๆ ที่ให้การสนับสนุนบุคลากรในการฝึกอบรม ซึ่งการฝึกอบรมดังกล่าวมูลนิธิฯ ไม่คิดค่าใช้จ่ายในการอบรม อีกทั้งภายหลังการฝึกอบรมทางมูลนิธิฯ ยังให้การแนะแนวแก่นักเรียนในการหางานด้วยเช่นกัน</p>
<p><strong>สนับสนุนมูลนิธิโดย</strong></p>
<p><strong>อาสาสมัคร</strong> : <a href="http://www.goodwillbangkok.org/thai/volunteers.asp">http://www.goodwillbangkok.org/thai/volunteers.asp</a></p>
<p><strong>บริจาค</strong> : <a href="http://www.goodwillbangkok.org/thai/supportUs.asp">http://www.goodwillbangkok.org/thai/supportUs.asp</a></p>
<p><strong>ติดต่อ</strong></p>
<p>มูลนิธิ กลุ่มปรารถนาดี<br />
อาคารร่วมฤดี 3 ชั้น 2<br />
51/2 ซอยร่วมฤดี ถนนเพลินจิต<br />
แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพ 10330<br />
โทรศัพท์. 0.2255.4172-3<br />
โทรสาร. 0.2253.8493<br />
อีเมลล์: <a href="mailto:goodwill@goodwillbangkok.org">goodwill@goodwillbangkok.org</a><br />
เวปไซต์: <a href="http://www.goodwillbangkok.org/">http://www.goodwillbangkok.org</a>
</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRSS>http://www.thaidonatedb.com/?feed=rss2&amp;p=172</wfw:commentRSS>
		</item>
		<item>
		<title>มูลนิธิ จันทร์เสี้ยว</title>
		<link>http://www.thaidonatedb.com/?p=171</link>
		<comments>http://www.thaidonatedb.com/?p=171#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 05 Jun 2007 15:12:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>TDDB</dc:creator>
		
	<category>Foundation</category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.thaidonatedb.com/?p=171</guid>
		<description><![CDATA[มูลนิธิ จันทร์เสี้ยว
Hilal Foundation
เนื่องจากสภาพสังคมปัจจุบันเป็นสังคมที่ถูกรุมเร้าจากปัญหาหลากหลายและซับซ้อน โดยเฉพาะปัญหาผู้ยากไร้ กำพร้า ผู้สูงอายุ ทุพพลภาพ และการขาดโอกาสทางการศึกษา ซึ่งจะต้องร่วมกันแก้ปัญหาโดยการช่วยเหลือด้วยวิธีต่างๆ เพื่อให้บุคคลดังกล่าวมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างพอเพียง มีความสุขตลอดการใช้ชีวิตบนโลกใบนี้อย่างทัดเทียมกัน
ทางคณะผู้ก่อตั้งให้เห็นความสำคัญในเรื่องดังกล่าว จึงร่วมอาสาที่จะช่วยกันบรรเทาทุขก์บำรุงสุขให้กับเพื่อนมนุษย์โดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ภาษาและศาสนา บนพื้นฐานของมนุษยธรรม เราจึงก่อตั้งมูลนิธิจันทร์เสี้ยว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการช่วยเหลือ โดยมีคณะทำงานชุดก่อตั้ง จำนวน 20 คน ได้มีการนัดประชุมครั้งที่ 1/2006 เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2549 ซึ่งได้ดำเนินการรวมรวมเอกสารหลักฐานและยื่นเรื่องต่อศาลากลางจังหวัดยะลา และได้รับการอนุญาตจดทะเบียนจัดตั้ง มูลนิธิ ทะเบียนเลขที่ 1/2550 เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2550 เป็นต้นมา
วัตถุประสงค์

เพื่อสงเคราะห์เด็กกำพร้า ยากจน อนาถา ผู้ยากไร้ คนพิการและผู้สูงอายุในด้านต่างๆ
เพื่อส่งเสริมการศึกษาและเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับศาสนาอิสลามที่ถูกต้อง
เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาแก่เยาวชนที่เรียนดี ความประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์
เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนในทุกๆ ด้าน
เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีกับองค์กร หน่วยงาน ชมรมอื่น ๆ ในการทนุบำรุงนโยบายของรัฐและการพัฒนาประเทศ
เพื่อดำเนินการหรือร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์
ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด

สนับสนุน มูลนิธิ : http://hilal.iqraonline.org/index.php?option=com_content&#038;task=view&#038;id=30&#038;Itemid=61
ติดต่อ
มูลนิธิ จันทร์เสี้ยว
36 หมู่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img style="margin-right: 7px" src="http://www.thaidonatedb.com/img/hilalfoundation.jpg" align="left" /><strong>มูลนิธิ จันทร์เสี้ยว<br />
Hilal Foundation</strong></p>
<p>เนื่องจากสภาพสังคมปัจจุบันเป็นสังคมที่ถูกรุมเร้าจากปัญหาหลากหลายและซับซ้อน โดยเฉพาะปัญหาผู้ยากไร้ กำพร้า ผู้สูงอายุ ทุพพลภาพ และการขาดโอกาสทางการศึกษา ซึ่งจะต้องร่วมกันแก้ปัญหาโดยการช่วยเหลือด้วยวิธีต่างๆ เพื่อให้บุคคลดังกล่าวมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างพอเพียง มีความสุขตลอดการใช้ชีวิตบนโลกใบนี้อย่างทัดเทียมกัน<a id="more-171"></a></p>
<p>ทางคณะผู้ก่อตั้งให้เห็นความสำคัญในเรื่องดังกล่าว จึงร่วมอาสาที่จะช่วยกันบรรเทาทุขก์บำรุงสุขให้กับเพื่อนมนุษย์โดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ภาษาและศาสนา บนพื้นฐานของมนุษยธรรม เราจึงก่อตั้งมูลนิธิจันทร์เสี้ยว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการช่วยเหลือ โดยมีคณะทำงานชุดก่อตั้ง จำนวน 20 คน ได้มีการนัดประชุมครั้งที่ 1/2006 เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2549 ซึ่งได้ดำเนินการรวมรวมเอกสารหลักฐานและยื่นเรื่องต่อศาลากลางจังหวัดยะลา และได้รับการอนุญาตจดทะเบียนจัดตั้ง มูลนิธิ ทะเบียนเลขที่ 1/2550 เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2550 เป็นต้นมา</p>
<p><strong>วัตถุประสงค์</strong></p>
<ol>
<li>เพื่อสงเคราะห์เด็กกำพร้า ยากจน อนาถา ผู้ยากไร้ คนพิการและผู้สูงอายุในด้านต่างๆ</li>
<li>เพื่อส่งเสริมการศึกษาและเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับศาสนาอิสลามที่ถูกต้อง</li>
<li>เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาแก่เยาวชนที่เรียนดี ความประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์</li>
<li>เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนในทุกๆ ด้าน</li>
<li>เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีกับองค์กร หน่วยงาน ชมรมอื่น ๆ ในการทนุบำรุงนโยบายของรัฐและการพัฒนาประเทศ</li>
<li>เพื่อดำเนินการหรือร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์</li>
<li>ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด</li>
</ol>
<p><strong>สนับสนุน มูลนิธิ</strong> : <a href="http://hilal.iqraonline.org/index.php?option=com_content&#038;task=view&#038;id=30&#038;Itemid=61">http://hilal.iqraonline.org/index.php?option=com_content&#038;task=view&#038;id=30&#038;Itemid=61</a></p>
<p><strong>ติดต่อ</strong></p>
<p>มูลนิธิ จันทร์เสี้ยว<br />
36 หมู่ 7 ตำบลกรงปินัง อ.กรงปินัง<br />
จ.ยะลา 95000 (สำนักงานชั่วคราว)<br />
โทร 0892985978<br />
เวปไซต์ <a href="http://www.hilalfoundation.org/">http://www.hilalfoundation.org/</a><br />
email <a href="mailto:hilalfoundation@gmail.com">hilalfoundation@gmail.com</a>
</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRSS>http://www.thaidonatedb.com/?feed=rss2&amp;p=171</wfw:commentRSS>
		</item>
		<item>
		<title>สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย</title>
		<link>http://www.thaidonatedb.com/?p=170</link>
		<comments>http://www.thaidonatedb.com/?p=170#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 19 May 2007 11:32:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>TDDB</dc:creator>
		
	<category>Foundation</category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.thaidonatedb.com/?p=170</guid>
		<description><![CDATA[สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย
Thai Society for the Prevention of Cruelty to Animals
ปัจจุบันนี้ ประเทศไทยถูกมองจากนานาอารยประเทศว่าเป็นประเทศที่มีการล่วงละเมิดสิทธิสัตว์หรือทารุณสัตว์ ไม่ว่าจะเป็น สัตว์เลี้ยง สัตว์ป่า สัตว์เศรษฐกิจ หรือสัตว์เพื่อการทดลอง ซึ่งมักจะพบเห็นข่าวจากสื่อมวลชนทั่วไป ทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคดีงู การนำเขากวางอ่อน อุ้งตีนหมี หรือแม้แต่เนื้อสุนัขมาปรุงเป็นอาหาร เพียงเพื่อสนองกิเลสและความเชื่อที่ผิดๆ ซึ่งมีการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศอยู่เสมอถึงเรื่องการนำสัตว์มาทรมานกักขัง และบังคับให้แสดงหรือเลียนแบบมนุษย์ ไม่เว้นว่าจะเป็น ช้าง เสือ หมี ลิง งู จระเข้ ฯลฯ ซึ่งข่าวเหล่านี้ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ไปทั่วโลก จนทำให้นานาประเทศถือเป็นข้ออ้างในการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศมาแล้ว ทั้งนี้ยังไม่ได้นับรวมการทารุณสัตว์ในรูปแบบต่างๆ เช่น การประหยัดเนื้อที่เพาะเลี้ยงไก่จนคับแคบ ถึงขั้นทุกข์ทรมาน วิธีการฆ่าหมู วัว ควาย ของโรงฆ่าสัตว์เป็นต้น
 
จากเหตุผลดังกล่าว ประกอบกับข้อเท็จจริงอีกมากที่ยังไม่ได้รับการเปิดเผย ทำให้กลุ่มบุคคลที่มีความรักและเมตตาต่อสัตว์ และตระหนักถึงผลกระทบจากการกระทำดังกล่าวที่จะมีต่อประเทศชาติ เกิดความตั้งใจจริงในอันที่จะหามาตรการยับยั้งการทารุณและปกป้องคุ้มครองสิทธิตามธรรมชาติของสัตว์ บุคคลเหล่านี้ จึงได้ร่วมกันก่อตั้ง สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย หรือ TSPCA (Thai Society for [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img style="margin-right: 7px" src="http://www.thaidonatedb.com/img/thaispca.gif" align="left" /><strong>สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย<br />
Thai Society for the Prevention of Cruelty to Animals</strong></p>
<p>ปัจจุบันนี้ ประเทศไทยถูกมองจากนานาอารยประเทศว่าเป็นประเทศที่มีการล่วงละเมิดสิทธิสัตว์หรือทารุณสัตว์ ไม่ว่าจะเป็น สัตว์เลี้ยง สัตว์ป่า สัตว์เศรษฐกิจ หรือสัตว์เพื่อการทดลอง<a id="more-170"></a> ซึ่งมักจะพบเห็นข่าวจากสื่อมวลชนทั่วไป ทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคดีงู การนำเขากวางอ่อน อุ้งตีนหมี หรือแม้แต่เนื้อสุนัขมาปรุงเป็นอาหาร เพียงเพื่อสนองกิเลสและความเชื่อที่ผิดๆ ซึ่งมีการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศอยู่เสมอถึงเรื่องการนำสัตว์มาทรมานกักขัง และบังคับให้แสดงหรือเลียนแบบมนุษย์ ไม่เว้นว่าจะเป็น ช้าง เสือ หมี ลิง งู จระเข้ ฯลฯ ซึ่งข่าวเหล่านี้ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ไปทั่วโลก จนทำให้นานาประเทศถือเป็นข้ออ้างในการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศมาแล้ว ทั้งนี้ยังไม่ได้นับรวมการทารุณสัตว์ในรูปแบบต่างๆ เช่น การประหยัดเนื้อที่เพาะเลี้ยงไก่จนคับแคบ ถึงขั้นทุกข์ทรมาน วิธีการฆ่าหมู วัว ควาย ของโรงฆ่าสัตว์เป็นต้น<br />
 <br />
จากเหตุผลดังกล่าว ประกอบกับข้อเท็จจริงอีกมากที่ยังไม่ได้รับการเปิดเผย ทำให้กลุ่มบุคคลที่มีความรักและเมตตาต่อสัตว์ และตระหนักถึงผลกระทบจากการกระทำดังกล่าวที่จะมีต่อประเทศชาติ เกิดความตั้งใจจริงในอันที่จะหามาตรการยับยั้งการทารุณและปกป้องคุ้มครองสิทธิตามธรรมชาติของสัตว์ บุคคลเหล่านี้ จึงได้ร่วมกันก่อตั้ง สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย หรือ TSPCA (Thai Society for the Prevention of Cruelty to Animals) ขึ้น เพื่อรณรงค์หาทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการทารุณสัตว์โดยสันติวิธี ด้วยการดำเนินงานในรูปแบบต่างๆ ทั้งในด้านการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ และในด้านการเสริมสร้างจิตสำนึกแห่งความเมตตาให้แก่เยาวชนและสาธารณชนโดยทั่วไป ให้มีส่วนร่วมในการสอดส่องป้องกันการทารุณสัตว์ และมีบทบาทในการรณรงค์แก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิสัตว์ รวมถึงการเร่งให้มีกฎหมายสวัสดิภาพสัตว์ขึ้น ดังเช่นนานาอารยประเทศ<br />
 <br />
จากหลักความจริงที่ว่า “สัตว์แต่ละชนิดที่อาศัยอยู่บนโลกนี้ ต่างก็มีชีวิตเลือดเนื้อ และมีความรู้สึกเจ็บปวดเช่นเดียวกับมนุษย์” จึงไม่เป็นการสมควรที่มนุษย์ทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะคนไทยจะไปทำร้ายทารุณสัตว์</p>
<p>สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) ได้ก่อตั้งอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2537 โดยถือได้ว่ามีความพร้อมในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ด้วยการสนับสนุนจากทั้งนักธุรกิจ และผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการรณรงค์เกี่ยวกับสวัสดิภาพของสัตว์ ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย นำโดยนายกสมาคมฯ คนแรกคือ วุฒิสมาชิก มีชัย วีระไวทยะ  นอกจากนี้ยังได้รับการส่งเสริมจากองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทย มูลนิธิช่วยชีวิตสัตว์ป่าแห่งประเทศไทย มูลนิธิคนรักช้าง บ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ และ Royal Society for the Prevention of Cruelty to Animals (RSPCA) ของประเทศอังกฤษ</p>
<p>ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2540 สมาคมฯได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกกับราชสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศอังกฤษ ซึ่งมีภาคีสมาชิกทั่วโลก เพื่อร่วมกันรณรงค์ป้องกันและยุติการทารุณสัตว์ทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทย</p>
<p><strong>วัตถุประสงค์การดำเนินงาน</strong></p>
<ol>
<li>สร้างจิตสำนึกให้เห็นคุณค่าชีวิตสัตว์ เพื่อปลูกฝังเยาวชนและคนทั่วไปให้เกิดเมตตาต่อสัตว์</li>
<li>ให้การศึกษาและเผยแพร่ความรู้ที่ถูกต้องในการเลี้ยงสัตว์</li>
<li>รณรงค์สอดส่องป้องกันการทารุณสัตว์และหาทางแก้อย่างสันติวิธี</li>
<li>ประสานงานและร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐบาลและเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ</li>
<li>จัดตั้งหน่วยงานเพื่อดำเนินการเฉพาะอย่างตามที่สมาคมฯ เห็นว่าจะสามารถปฏิบัติงานได้คล่องตัวและมีประสิทธิภาพ</li>
<li>สนับสนุนและดำเนินการเกี่ยวกับการให้บริการหรือสงเคราะห์สัตว์</li>
<li>ดำเนินงานเพื่ออนุรักษ์และคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ</li>
</ol>
<p><strong>สนับสนุนของที่ระลึก</strong> : <a href="http://www.thaispca.org/v2/display/l2.php?item=22&#038;lang=1">http://www.thaispca.org/v2/display/l2.php?item=22&#038;lang=1</a><br />
<strong>สนับสนุนสมาคม</strong> : <a href="http://www.thaispca.org/v2/display/l2.php?item=23&#038;lang=1">http://www.thaispca.org/v2/display/l2.php?item=23&#038;lang=1</a></p>
<p><strong>ติดต่อ</strong></p>
<p>สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย<br />
120 อาคารเกษมกิจ ห้อง 301 ชั้น 3<br />
ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก<br />
กรุงเทพฯ  10500<br />
โทรศัพท์ : 66 (0) 2236 2176<br />
โทรสาร : 66 (0) 2266 5104<br />
อีเมล : <a href="mailto:info@thaispca.org">info@thaispca.org</a><br />
เว็บไซต์ : <a href="http://www.thaispca.org/">http://www.thaispca.org/</a>
</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRSS>http://www.thaidonatedb.com/?feed=rss2&amp;p=170</wfw:commentRSS>
		</item>
		<item>
		<title>มูลนิธิ บิ๊กซี</title>
		<link>http://www.thaidonatedb.com/?p=169</link>
		<comments>http://www.thaidonatedb.com/?p=169#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 May 2007 12:40:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>TDDB</dc:creator>
		
	<category>Foundation</category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.thaidonatedb.com/?p=169</guid>
		<description><![CDATA[มูลนิธิ บิ๊กซี
BIG C Foundation
นับตั้งแต่ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ได้เริ่มเปิดดำเนินการเมื่อปี พ.ศ. 2537 บิ๊กซีมุ่งมั่นที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยบริการที่ทุ่มเทและตั้งใจ รวมทั้งให้ความใส่ใจและใกล้ชิดกับชุมชนมาโดยตลอด ด้วยการเข้าร่วมสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมของชุมชน ยิ่งบิ๊กซีขยายสาขาไปตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ก็ยิ่งทำให้บิ๊กซีเข้าใกล้ชุมชนท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น ทำให้มองเห็นและเข้าใจในความต้องการของชุมชน จนมาถึงวันนี้ ด้วยศักยภาพที่พร้อมสรรพของบิ๊กซี เราจึงได้ก่อตั้ง มูลนิธิ บิ๊กซี ขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2545 
มูลนิธิ บิ๊กซี ก่อตั้งขึ้นโดย บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เพื่อประกอบกิจกรรมการกุศลโดยปราศจากการแสวงหาผลกำไร มีวัตถุประสงค์หลักในการให้ความช่วยเหลือด้านการศึกษาแก่เยาวชน และให้การสงเคราะห์แก่เยาวชนผู้ถูกทารุณกรรมหรือประสบปัญหายาเสพติด เพื่อให้พวกเขาเติบโตขึ้นเป็นพลเมืองดีของสังคม เพราะบิ๊กซีเล็งเห็นว่าสังคมที่มีคุณภาพต้องมาจากรากฐานที่มั่นคง
มูลนิธิ บิ๊กซี มีแหล่งรายได้จากการบริจาคของ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กลุ่มบริษัทคาสิโนจากฝรั่งเศส บริษัทคู่ค้าของบิ๊กซี รวมทั้งจากลูกค้าบิ๊กซีที่ร่วมบริจาคสมทบในตู้รับบริจาคซึ่งตั้งอยู่ภายในบิ๊กซีทุกสาขา
มูลนิธิ บิ๊กซี มุ่งมั่นที่จะประกอบกิจกรรมสาธารณกุศล เพื่อให้เยาวชนไทยได้รับโอกาสทางการศึกษามากยิ่งขึ้น ปัญหาสังคมได้รับการดูแลแก้ไข อันนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชากรไทย สังคม ตลอดจนประเทศชาติ สมดังปณิธาน
&#8221; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img style="margin-right: 7px" src="http://www.thaidonatedb.com/img/bigc.gif" align="left" /><strong>มูลนิธิ บิ๊กซี<br />
BIG C Foundation</strong></p>
<p>นับตั้งแต่ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ได้เริ่มเปิดดำเนินการเมื่อปี พ.ศ. 2537 บิ๊กซีมุ่งมั่นที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยบริการที่ทุ่มเทและตั้งใจ รวมทั้งให้ความใส่ใจและใกล้ชิดกับชุมชนมาโดยตลอด ด้วยการเข้าร่วมสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมของชุมชน ยิ่งบิ๊กซีขยายสาขาไปตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ก็ยิ่งทำให้บิ๊กซีเข้าใกล้ชุมชนท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น ทำให้มองเห็นและเข้าใจในความต้องการของชุมชน จนมาถึงวันนี้ ด้วยศักยภาพที่พร้อมสรรพของบิ๊กซี เราจึงได้ก่อตั้ง มูลนิธิ บิ๊กซี ขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2545 <a id="more-169"></a></p>
<p>มูลนิธิ บิ๊กซี ก่อตั้งขึ้นโดย บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เพื่อประกอบกิจกรรมการกุศลโดยปราศจากการแสวงหาผลกำไร มีวัตถุประสงค์หลักในการให้ความช่วยเหลือด้านการศึกษาแก่เยาวชน และให้การสงเคราะห์แก่เยาวชนผู้ถูกทารุณกรรมหรือประสบปัญหายาเสพติด เพื่อให้พวกเขาเติบโตขึ้นเป็นพลเมืองดีของสังคม เพราะบิ๊กซีเล็งเห็นว่าสังคมที่มีคุณภาพต้องมาจากรากฐานที่มั่นคง</p>
<p>มูลนิธิ บิ๊กซี มีแหล่งรายได้จากการบริจาคของ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กลุ่มบริษัทคาสิโนจากฝรั่งเศส บริษัทคู่ค้าของบิ๊กซี รวมทั้งจากลูกค้าบิ๊กซีที่ร่วมบริจาคสมทบในตู้รับบริจาคซึ่งตั้งอยู่ภายในบิ๊กซีทุกสาขา</p>
<p>มูลนิธิ บิ๊กซี มุ่งมั่นที่จะประกอบกิจกรรมสาธารณกุศล เพื่อให้เยาวชนไทยได้รับโอกาสทางการศึกษามากยิ่งขึ้น ปัญหาสังคมได้รับการดูแลแก้ไข อันนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชากรไทย สังคม ตลอดจนประเทศชาติ สมดังปณิธาน</p>
<p>&#8221; <strong>มูลนิธิ บิ๊กซี สร้างฝัน สร้างความสุข สร้างรอยยิ้ม เพื่อสังคมไทย</strong> &#8220; <br />
 <br />
<strong>ติดต่อ</strong></p>
<p>สำนักงานใหญ่ : 89/36 ชั้น 7 อาคารยูนิเวสท์ ถนนราชดำริห์<br />
แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330<br />
โทร. 0-2655-0666<br />
เวปไซต์ <a href="http://www.bigc.co.th/th/foundation/foundation.asp">http://www.bigc.co.th/th/foundation/foundation.asp</a>
</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRSS>http://www.thaidonatedb.com/?feed=rss2&amp;p=169</wfw:commentRSS>
		</item>
		<item>
		<title>มูลนิธิ ป่าเขตร้อน</title>
		<link>http://www.thaidonatedb.com/?p=168</link>
		<comments>http://www.thaidonatedb.com/?p=168#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 24 Apr 2007 18:54:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>TDDB</dc:creator>
		
	<category>Foundation</category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.thaidonatedb.com/?p=168</guid>
		<description><![CDATA[มูลนิธิ ป่าเขตร้อน
Tropical Forest Foundation
ความพยายามในการรักษาผืนป่า ไม่ว่าจะเป็นผืนป่าใดๆก็ตาม จะไม่สามารถอธิบายเพียงแค่การเป็นแหล่งกำเนิดน้ำ แล้วน้ำไปสร้างความสมบูรณ์ให้ป่า ป่าไปทำหน้าที่เป็นอาหารและที่อยู่อาศัย ที่หลบภัยของสัตว์ป่า สัตว์ป่าก็กลับมาสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้ผืนดิน พร้อมกับเผยลูก แพร่หลานให้กับพันธุ์ไม้ หากแต่ครอบคลุมไปถึงการรักษาป่า สัตว์ป่า ให้เป็นผู้ควบคุมเชิงระบาดวิทยา เป็นผู้ทำหน้าที่วิวัฒน์พลเมืองในระบบนิเวศ เป็นผู้คัดเลือกสายพันธุ์ธรรมชาติกับการพัฒนาสายพันธุ์เพื่อการบริโภค หรือการตกแต่งพันธุกรรม GMO เป็นผู้คัดสรรต้นพันธุ์เพื่อนำมาพัฒนาให้เป็นสายพันธุ์ทางเศรษฐกิจ เช่น สมุนไพรไม้กฤษณา ที่ไม่ใช่ไปหาพืชเศรษฐกิจกันในป่า
จากแผ่นดินที่เคยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยผืนป่าและมวลชีวิตที่หลากหลายมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ของเนื้อที่ประเทศไทย ในอดีต กลับลดลงอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลา 20 ปี ที่ป่านมาจนเหลือไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ในปัจจุบัน แต่ความสำคัญของผืนป่าหาได้ลดน้อยไปตามจำนวนพื้นที่ไม่ หากกลับทวีความสำคัญมากขึ้น เพราะปัจจุบันจะหาพื้นที่ป่าที่ทำหน้าที่สร้างห่วงโซ่อาหาร อันเป็นต้นทางของสิ่งมีชีวิตในกระบวนการวิวัฒนาการไปสู่อนาคตได้อย่างสมบูรณ์นั้น มีอยู่น้อยเต็มที
เมื่อพื้นที่ป่าซึ่งเคยทำหน้าที่ควบคุมสภาวภูมิอากาศหาย ไปส่งผลให้สภาวสมดุลทางธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไปด้วย สภาพความชื้นในแต่ละช่วงฤดูกาลเปลี่ยนแปลงไป ปริมาณน้ำตามธรรมชาติที่เคยเป็นผลผลิตจากป่าอย่างสม่ำเสมอตลอดฤดูกาลเปลี่ยนแปลงไปก่อนให้เกิดเป็นวิกฤตอื่นๆ ตามมา และเมื่อขนาดของผืนป่าลดลงส่งผลกระทบให้ขบวนการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศมีผลสะเทือนไปด้วย พืชผู้ซึ่งเป็นรากฐานของห่วงโซ่อาหารและเป็นที่หลบภัยของสัตว์ป่าหายไป วงจรอาหารของสัตว์กินพืชย่อมลดลงไป ซึ่งทำให้ส่งผลสะเทือนถึงผู้ล่าชั้นอื่นๆ ในที่สุด และในไม่ช้าขบวนการวิวัฒนาการโดยธรรมชาติอาจสิ้นสุดลง
ป่าเขตร้อน ซึ่งเป็นระบบนิเวศที่เคยทำหน้าที่รักษาสมดุลทางธรรมชาติไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อนั้นวิกฤตการณ์แห่งโลกย่อมเกิดขึ้นแน่นอน เพียงแต่เมื่อใด เร็วหรือช้า เท่านั้น ด้วยความตระหนักถึงความจำเป็นที่ต้องรักษาทั้งผืนป่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img style="margin-right: 7px" src="http://www.thaidonatedb.com/img/tropicalforest.jpg" align="left" /><strong>มูลนิธิ ป่าเขตร้อน<br />
Tropical Forest Foundation</strong></p>
<p>ความพยายามในการรักษาผืนป่า ไม่ว่าจะเป็นผืนป่าใดๆก็ตาม จะไม่สามารถอธิบายเพียงแค่การเป็นแหล่งกำเนิดน้ำ แล้วน้ำไปสร้างความสมบูรณ์ให้ป่า ป่าไปทำหน้าที่เป็นอาหารและที่อยู่อาศัย ที่หลบภัยของสัตว์ป่า สัตว์ป่าก็กลับมาสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้ผืนดิน พร้อมกับเผยลูก แพร่หลานให้กับพันธุ์ไม้ หากแต่ครอบคลุมไปถึงการรักษาป่า สัตว์ป่า ให้เป็นผู้ควบคุมเชิงระบาดวิทยา <a id="more-168"></a>เป็นผู้ทำหน้าที่วิวัฒน์พลเมืองในระบบนิเวศ เป็นผู้คัดเลือกสายพันธุ์ธรรมชาติกับการพัฒนาสายพันธุ์เพื่อการบริโภค หรือการตกแต่งพันธุกรรม GMO เป็นผู้คัดสรรต้นพันธุ์เพื่อนำมาพัฒนาให้เป็นสายพันธุ์ทางเศรษฐกิจ เช่น สมุนไพรไม้กฤษณา ที่ไม่ใช่ไปหาพืชเศรษฐกิจกันในป่า</p>
<p>จากแผ่นดินที่เคยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยผืนป่าและมวลชีวิตที่หลากหลายมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ของเนื้อที่ประเทศไทย ในอดีต กลับลดลงอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลา 20 ปี ที่ป่านมาจนเหลือไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ในปัจจุบัน แต่ความสำคัญของผืนป่าหาได้ลดน้อยไปตามจำนวนพื้นที่ไม่ หากกลับทวีความสำคัญมากขึ้น เพราะปัจจุบันจะหาพื้นที่ป่าที่ทำหน้าที่สร้างห่วงโซ่อาหาร อันเป็นต้นทางของสิ่งมีชีวิตในกระบวนการวิวัฒนาการไปสู่อนาคตได้อย่างสมบูรณ์นั้น มีอยู่น้อยเต็มที</p>
<p>เมื่อพื้นที่ป่าซึ่งเคยทำหน้าที่ควบคุมสภาวภูมิอากาศหาย ไปส่งผลให้สภาวสมดุลทางธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไปด้วย สภาพความชื้นในแต่ละช่วงฤดูกาลเปลี่ยนแปลงไป ปริมาณน้ำตามธรรมชาติที่เคยเป็นผลผลิตจากป่าอย่างสม่ำเสมอตลอดฤดูกาลเปลี่ยนแปลงไปก่อนให้เกิดเป็นวิกฤตอื่นๆ ตามมา และเมื่อขนาดของผืนป่าลดลงส่งผลกระทบให้ขบวนการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศมีผลสะเทือนไปด้วย พืชผู้ซึ่งเป็นรากฐานของห่วงโซ่อาหารและเป็นที่หลบภัยของสัตว์ป่าหายไป วงจรอาหารของสัตว์กินพืชย่อมลดลงไป ซึ่งทำให้ส่งผลสะเทือนถึงผู้ล่าชั้นอื่นๆ ในที่สุด และในไม่ช้าขบวนการวิวัฒนาการโดยธรรมชาติอาจสิ้นสุดลง</p>
<p>ป่าเขตร้อน ซึ่งเป็นระบบนิเวศที่เคยทำหน้าที่รักษาสมดุลทางธรรมชาติไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อนั้นวิกฤตการณ์แห่งโลกย่อมเกิดขึ้นแน่นอน เพียงแต่เมื่อใด เร็วหรือช้า เท่านั้น ด้วยความตระหนักถึงความจำเป็นที่ต้องรักษาทั้งผืนป่า และสัตว์ป่า ที่ยังเหลืออยู่ไว้ให้ได้ ไม่ว่าคุณหรือเราจะเป็นใคร? มีอาชีพใด? อยู่ไกลหรือใกล้จากผืนป่า? ณ วันนี้ คนกลุ่มหนึ่งจึงรวมตัวกันก่อตั้ง “มูลนิธิ ป่าเขตร้อน” โดยมีเจตนารมณ์ สาระ และอุดมการณ์ คือ “เราจะรักษาผืนป่าและสัตว์ป่าเขตร้อนเพื่อประโยชน์ระยะยาวของมนุษยชาติ”</p>
<p>เจตนารมณ์ สาระ และอุดมการณ์ ของมูลนิธิฯ ดังนี้</p>
<p><strong>“สนับสนุนการรักษาผืนป่าและสัตว์ป่าเขตร้อนเพื่อประโยชน์ระยะยาวของมนุษยชาติ”</strong></p>
<p><strong>ยุทธศาสตร์<br />
</strong>มียุทธศาสตร์หลัก 5 ประการดังนี้ :-<br />
1. เป็นแกนนำในการรณรงค์หาทุนและสร้างแนวร่วมในภาคเอกชน เพื่อสนับสนุนการดูแลรักษาป่าและสัตว์ป่า<br />
2. สนับสนุนให้มีการดูแล และฟื้นฟูป่าอนุรักษ์ในประเทศไทย<br />
3. สนับสนุนให้ป่าชุมชนใน พ.ร.บ. ป่าชุมชน อยู่นอกเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์<br />
4. สนับสนุนและเผยแพร่แนวคิดการรักษาผืนป่าและสัตว์ป่าสู่ประชาชนโดยทั่วไป<br />
5. คัดค้านการนำพื้นที่ในเขตป่าอนุรักษ์ อันได้แก่ อุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น</p>
<p><strong>ยุทธวิธี</strong><br />
มียุทธวิธี 4 ประการดังต่อไปนี้ :-<br />
1. จัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนองค์กรที่ทำงานอนุรักษ์ในผืนป่าตะวันตก<br />
2. จัดตั้งกลุ่มศึกษาเพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องผืนป่าและสัตว์ป่า<br />
3. ติดตามข่าวสารที่มีผลกระทบต่อผืนป่าและสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิด<br />
4. จัดทำ WEBSITE เผยแพร่ความรู้และความเคลื่อนไหว ของผืนป่าและสัตว์ป่าในป่าเขตร้อน</p>
<p><strong>สนับสนุนมูลนิธิ</strong> : <a href="http://www.tropicalforest.or.th/bank.htm">http://www.tropicalforest.or.th/bank.htm</a></p>
<p><strong>ติดต่อ</strong></p>
<p>Tel : 0-2440-0955 (ต่อ 432)<br />
Email : <a href="mailto:inform@tropicalforest.or.th">inform@tropicalforest.or.th</a><br />
Website : <a href="http://www.tropicalforest.or.th/">http://www.tropicalforest.or.th/</a>
</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRSS>http://www.thaidonatedb.com/?feed=rss2&amp;p=168</wfw:commentRSS>
		</item>
	</channel>
</rss>

